การกำหนดฟอนต์และ ลักษณะของฟอนต์สามารถทำได้โดยผ่าน Property Inspector หรือ เลือกเมนูคำสั่งที่อยู่ในเมนู Text ซึ่งขั้นตอนการเปลี่ยนฟอนต์และ คุณลักษณะของฟอนต์มีดังต่อไปนี้
1. เลือกข้อความที่ต้องการจะกำหนดฟอนต์และ ลักษณะของฟอนต์
2. การกำ หนดฟอนต์ทำ ได้โดยเลือกฟอนต์จากป๊อปอัพเมนู Font ใน Property Inspector หรือ เลือกเมนู Text -> Font แล้วเลือกฟอนต์ที่ต้องการ
3. การกำหนดรูปแบบของฟอนต์ว่าเป็นตัวเอียง ตัวหนา หรือ ตัวขีดเส้นใต้ทำได้โดยกำหนดใน Property Inspector หรือ เลือกเมนู Text -> Style แล้วเลือก Style ที่ต้องการ
4. การกำหนดขนาดฟอนต์ทำได้โดยเลือกขนาดของฟอนต์จากป๊อปอัพเมนู Size ใน Property Inspector หรือ เลือกเมนู Text -> Size โดยขนาดที่กำหนดได้มีค่าตั้งแต่ 1 ถึง 7 ส่วนขนาดที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย + และ – หมายความว่าให้เพิ่มหรือ ลดขนาดของฟอนต์จากฟอนต์พื้นฐานที่ใช้ในเว็บเพจ ตัวอย่างเช่น ถ้าฟอนต์พื้นฐานเป็น 3 แล้ว +3 หมายความว่าให้เพิ่มขนาดของฟอนต์ไปอีก 3 หน่วยซึ่งก็คือ 6
วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555
การเพิ่มและ กำหนดรูปแบบของข้อความ
การเพิ่มข้อความลงในเว็บเพจเราสามารถพิมพ์โดยตรงลงไปที่ Document Window หรือ
คัดลอกจากเอกสารอื่นๆ แล้วนำมาวางใน Document Window ก็ได้ การวางข้อความที่คัดลอกมา
จากเอกสารอื่นสามารถทำได้โดยเลือกเมนู Edit -> Paste
การกำหนดรูปแบบของข้อความใน Dreamweaver คล้ายกับการใช้โปรแกรมเวิร์ดในการ
พิมพ์ข้อความ การกำหนดรูปแบบของข้อความใน Dreamweaver สามารถทำได้โดยเลือกเมนู
Text -> Paragraph หรือ เลือกจากป๊อปอัพเมนู Format ที่อยู่ใน Property Inspector ดังรูปที่ 3-1
ซึ่งรูปแบบของข้อความที่กำหนดได้ก็จะมี รูปแบบย่อหน้า (Paragraph) หรือ หัวเรื่อง (Heading)
เป็นต้น
คัดลอกจากเอกสารอื่นๆ แล้วนำมาวางใน Document Window ก็ได้ การวางข้อความที่คัดลอกมา
จากเอกสารอื่นสามารถทำได้โดยเลือกเมนู Edit -> Paste
การกำหนดรูปแบบของข้อความใน Dreamweaver คล้ายกับการใช้โปรแกรมเวิร์ดในการ
พิมพ์ข้อความ การกำหนดรูปแบบของข้อความใน Dreamweaver สามารถทำได้โดยเลือกเมนู
Text -> Paragraph หรือ เลือกจากป๊อปอัพเมนู Format ที่อยู่ใน Property Inspector ดังรูปที่ 3-1
ซึ่งรูปแบบของข้อความที่กำหนดได้ก็จะมี รูปแบบย่อหน้า (Paragraph) หรือ หัวเรื่อง (Heading)
เป็นต้น
วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555
การเพิ่มข้อความลงในเว็บเพจ
ใน Dreamweaver การเพิ่มข้อความลงในเว็บเพจสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งในบทนี้จะ
อธิบายวิธีการเพิ่มข้อความลงเว็บเพจ การกำหนดสี ขนาด ชนิดของฟอนต์ (Font) และการจัดข้อ
ความ รวมไปถึงการกำหนดรูปแบบของข้อความโดยผู้ใช้เองโดยใช้ Cascading Style Sheet
(CSS)
อธิบายวิธีการเพิ่มข้อความลงเว็บเพจ การกำหนดสี ขนาด ชนิดของฟอนต์ (Font) และการจัดข้อ
ความ รวมไปถึงการกำหนดรูปแบบของข้อความโดยผู้ใช้เองโดยใช้ Cascading Style Sheet
(CSS)
วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555
การกำหนด Dreamweaver Site
หลังจากที่เราวางโครงสร้างเว็บไซต์ของเราแล้ว ต่อมาเราจะใช้ Dreamweaver Site เข้ามาช่วยในการสร้างและ จัดการเว็บไซต์ของเรา การนำ Dreamweaver Site เข้ามาจัดการเว็บไซต์ของเราจะทำให้เราสามารถที่จะทำการอัพโหลดไฟล์ที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ไปไว้ในเว็บเซริฟเวอร์ได้ ง่ายขึ้น นอกจากนี้ Dreamweaver Site ยังช่วยในการตรวจสอบการเชื่อมโยงของไฟล์ต่างๆ ให้อีกด้วยเมื่อเวลามีการแก้ไขไฟล์ต่างๆ ในเว็บไซต์ ซึ่ง Dreamweaver Site ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ดังนี้
• Local folder เป็นไดเรกเทอรี่ที่เราเก็บเว็บไซต์ที่เราสร้างไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งใน Dreamweaver จะเรียกไดเรกเทอรี่ที่เราทำงานว่า Local Site
• Remote folder เป็นไดเรกเทอรี่ที่เราเก็บเว็บไซต์ที่เราสร้างไว้ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งใน Dreamweaver จะเรียกไดเรกเทอรี่ที่อยู่ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ว่า Remote Site
• Folder for dynamic page เป็นไดเรกเทอรี่ที่ใช้เก็บและ ประมวลผล dynamic page
(หรือ เซิร์ฟเวอร์สคริปต์) ที่เราสร้างขึ้นในเว็บไซต์ของเรา
ในเบื้องต้นถ้าเรายังไม่มีเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ไว้ใช้เก็บเว็บไซต์ของเรา ก็ให้กำหนด Local floder
อย่างเดียวก่อน ซึ่งขั้นตอนการกำหนด Dreamweaver Site มีดังนี้
1. เลือกคำสั่ง Site -> New Site หลังจากเลือกคำสั่งแล้วจะปรากฎไดอะล็อก Site Definition
2. ในไดอะล็อก Site Definition ให้คลิกที่ Basic Tab
3. ในขั้นตอน Editing Files หน้าแรกในฟิลด์ What would you like to name your site? ให้พิมพ์ชื่อไซต์ของเราแล้วคลิกที่ปุ่ม Next
4. จะปรากฎหน้าที่สองของขั้นตอน Editing Files ให้เลือกที่ No, I do not want to use server technology แล้วคลิกที่ปุ่ม Next
5. จะปรากฎหน้าที่สามของขั้นตอน Editing Files ให้เลือกที่ Edit local copies on my machine, then upload to server when ready? และ กรอกที่อยู่ของไดเรกเทอรี่หรือใช้ไอคอนโฟลเดอร์ในการเลือกไดเรกเทอรี่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ที่ต้องการให้เป็นที่เก็บเว็บไซต์ของเราในฟิลด์ Where on your computer do you want to store your files? แล้วคลิกที่ปุ่ม Next
6. หลังจากที่คลิกปุ่ม Next แล้วจะปรากฎหน้าจอของขั้นตอน Sharing Files ในป๊อปอัพเมนูให้เลือก None แล้วคลิกที่ปุ่ม Next
7. จะปรากฎหน้าจอ Summary ซึ่งจะแสดงรายการสรุปข้อมูลของไซต์ที่เราสร้างขึ้นให้คลิกปุ่ม Done เพื่อทำการจบสร้างไซต์
8. Dreamweaver จะเปิดพาเนล Site และ แสดงไซต์ที่เราสร้างขึ้นในพาเนล
• Local folder เป็นไดเรกเทอรี่ที่เราเก็บเว็บไซต์ที่เราสร้างไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งใน Dreamweaver จะเรียกไดเรกเทอรี่ที่เราทำงานว่า Local Site
• Remote folder เป็นไดเรกเทอรี่ที่เราเก็บเว็บไซต์ที่เราสร้างไว้ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งใน Dreamweaver จะเรียกไดเรกเทอรี่ที่อยู่ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ว่า Remote Site
• Folder for dynamic page เป็นไดเรกเทอรี่ที่ใช้เก็บและ ประมวลผล dynamic page
(หรือ เซิร์ฟเวอร์สคริปต์) ที่เราสร้างขึ้นในเว็บไซต์ของเรา
ในเบื้องต้นถ้าเรายังไม่มีเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ไว้ใช้เก็บเว็บไซต์ของเรา ก็ให้กำหนด Local floder
อย่างเดียวก่อน ซึ่งขั้นตอนการกำหนด Dreamweaver Site มีดังนี้
1. เลือกคำสั่ง Site -> New Site หลังจากเลือกคำสั่งแล้วจะปรากฎไดอะล็อก Site Definition
2. ในไดอะล็อก Site Definition ให้คลิกที่ Basic Tab
3. ในขั้นตอน Editing Files หน้าแรกในฟิลด์ What would you like to name your site? ให้พิมพ์ชื่อไซต์ของเราแล้วคลิกที่ปุ่ม Next
4. จะปรากฎหน้าที่สองของขั้นตอน Editing Files ให้เลือกที่ No, I do not want to use server technology แล้วคลิกที่ปุ่ม Next
5. จะปรากฎหน้าที่สามของขั้นตอน Editing Files ให้เลือกที่ Edit local copies on my machine, then upload to server when ready? และ กรอกที่อยู่ของไดเรกเทอรี่หรือใช้ไอคอนโฟลเดอร์ในการเลือกไดเรกเทอรี่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ที่ต้องการให้เป็นที่เก็บเว็บไซต์ของเราในฟิลด์ Where on your computer do you want to store your files? แล้วคลิกที่ปุ่ม Next
6. หลังจากที่คลิกปุ่ม Next แล้วจะปรากฎหน้าจอของขั้นตอน Sharing Files ในป๊อปอัพเมนูให้เลือก None แล้วคลิกที่ปุ่ม Next
7. จะปรากฎหน้าจอ Summary ซึ่งจะแสดงรายการสรุปข้อมูลของไซต์ที่เราสร้างขึ้นให้คลิกปุ่ม Done เพื่อทำการจบสร้างไซต์
8. Dreamweaver จะเปิดพาเนล Site และ แสดงไซต์ที่เราสร้างขึ้นในพาเนล
วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555
สร้างและ รวบรวมไฟล์ต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจ
ก่อนจะสร้างเว็บไซต์เราควรจะสร้างและ รวบรวมไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหวหรือ ไฟล์เสียงที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจให้ครบเสียก่อนเพราะว่าถ้าในขณะที่เรากำลังสร้างเว็บไชต์เกิดพบว่าไม่มีไฟล์บางตัวที่เราต้องการใช้ก็อาจจะทำให้เราต้องเสียเวลาในการค้นหาหรือ สร้างขึ้นใหม่ ซึ่งจะทำให้การสร้างเว็บไซต์เป็นไปไม่ต่อเนื่องและ ล่าช้าได้
ใน Dreamweaver MX เราสามารถที่จะสร้างแม่แบบที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจในแต่ละ
หน้าได้ซึ่งเราเรียกแม่แบบดังกล่าวว่า เทมป์เพลต (Template)
เราจะสร้างเทมป์เพลตก็ต่อเมื่อเราพบว่าในเว็บไซต์ของเรามีเว็บเพจหลายหน้าที่มีการวาง
องค์ประกอบของเนื้อหาในบางส่วนเหมือนกัน เราจะใช้ส่วนที่เหมือนกันมาสร้างเป็นเทมป์เพลตไว้
เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการสร้างเว็บเพจที่มีการจัดวางองค์ประกอบเหมือนกับเว็บเพจเดิมที่มีอยู่
เราก็ใช้เทมป์เพลตที่เราสร้างไว้ในการสร้างเว็บเพจใหม่และ แก้ไขบางส่วนที่ต้องการ ซึ่งการใช้เทมป์เพลตจะช่วยให้เราสร้างเว็บเพจได้ง่ายขึ้นและ เมื่อใดที่มีการแก้ไขเทมป์เพลต เว็บเพจทั้งหมดที่ถูกสร้างจากเทมป์เพลตดังกล่าวก็จะเปลี่ยนแปลงด้วย ทำให้เราไม่ต้องแก้ไขเว็บเพจทุกหน้าๆ ที่ใช้เทมป์เพลตดังกล่าวด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้เวลาที่ใช้ในการพัฒนาเว็บเพจน้อยลง
ใน Dreamweaver MX เราสามารถที่จะสร้างแม่แบบที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจในแต่ละ
หน้าได้ซึ่งเราเรียกแม่แบบดังกล่าวว่า เทมป์เพลต (Template)
เราจะสร้างเทมป์เพลตก็ต่อเมื่อเราพบว่าในเว็บไซต์ของเรามีเว็บเพจหลายหน้าที่มีการวาง
องค์ประกอบของเนื้อหาในบางส่วนเหมือนกัน เราจะใช้ส่วนที่เหมือนกันมาสร้างเป็นเทมป์เพลตไว้
เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการสร้างเว็บเพจที่มีการจัดวางองค์ประกอบเหมือนกับเว็บเพจเดิมที่มีอยู่
เราก็ใช้เทมป์เพลตที่เราสร้างไว้ในการสร้างเว็บเพจใหม่และ แก้ไขบางส่วนที่ต้องการ ซึ่งการใช้เทมป์เพลตจะช่วยให้เราสร้างเว็บเพจได้ง่ายขึ้นและ เมื่อใดที่มีการแก้ไขเทมป์เพลต เว็บเพจทั้งหมดที่ถูกสร้างจากเทมป์เพลตดังกล่าวก็จะเปลี่ยนแปลงด้วย ทำให้เราไม่ต้องแก้ไขเว็บเพจทุกหน้าๆ ที่ใช้เทมป์เพลตดังกล่าวด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้เวลาที่ใช้ในการพัฒนาเว็บเพจน้อยลง
วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ออกแบบหน้าตาเว็บไซต์
หน้าตาเว็บไซต์ของเรานั้นควรจะออกแบบโดยให้องค์ประกอบต่างๆ ในแต่ละหน้าอยู่
บริเวณเดี่ยวกันอย่างเช่น เมนูที่ใช้เชื่อมโยงไปยังหน้าหลักของเว็บไซต์ ถ้าเราวางไว้ทางซ้ายในเว็บ
เพจแล้วก็ควรจะวางเมนูไว้ตำแหน่งดังกล่าวในทุกๆ หน้าของเว็บไซต์ การออกแบบหน้าตาของ
เว็บไซต์เราอาจจะใช้โปรแกรมที่ใช้วาดรูปอย่างเช่น Free Hand ในการวางองค์ประกอบต่างๆ ใน
เว็บเพจก็ได้นอกจากที่เราจะเขียนลงในกระดาษ
บริเวณเดี่ยวกันอย่างเช่น เมนูที่ใช้เชื่อมโยงไปยังหน้าหลักของเว็บไซต์ ถ้าเราวางไว้ทางซ้ายในเว็บ
เพจแล้วก็ควรจะวางเมนูไว้ตำแหน่งดังกล่าวในทุกๆ หน้าของเว็บไซต์ การออกแบบหน้าตาของ
เว็บไซต์เราอาจจะใช้โปรแกรมที่ใช้วาดรูปอย่างเช่น Free Hand ในการวางองค์ประกอบต่างๆ ใน
เว็บเพจก็ได้นอกจากที่เราจะเขียนลงในกระดาษ
วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555
จัดโครงสร้างเว็บไซต์
การจัดโครงสร้างเว็บไซต์เราทำเพื่อที่จะให้ไฟล์ต่างๆ ที่ใช้ในเว็บไซต์ถูกจัดเก็บเป็นสัดส่วน
และ ค้นหาได้ง่ายขึ้น ถ้าเราไม่มีการจัดโครงสร้างก่อนที่จะสร้างเว็บไซต์แล้วอาจจะทำให้มีไฟล์ที่
ซ้ำซ้อนกันอยู่ในเว็บไซต์ได้และ การค้นหาไฟล์ก็ทำได้ยาก
ในเบื้องต้นเราสามารถที่จะจัดโครงสร้างเว็บไซต์ของเราในฮาร์ดดิสก์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราทำงานอยู่ได้ หลังจากที่เราจัดโครงสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทำการอัพโหลด(Upload) ไฟล์ต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ไปเก็บไว้ในเว็บเซริฟว์เวอร์เมื่อเราต้องการที่จะให้อื่นมาชมเว็บไซต์ของเรา
และ ค้นหาได้ง่ายขึ้น ถ้าเราไม่มีการจัดโครงสร้างก่อนที่จะสร้างเว็บไซต์แล้วอาจจะทำให้มีไฟล์ที่
ซ้ำซ้อนกันอยู่ในเว็บไซต์ได้และ การค้นหาไฟล์ก็ทำได้ยาก
ในเบื้องต้นเราสามารถที่จะจัดโครงสร้างเว็บไซต์ของเราในฮาร์ดดิสก์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราทำงานอยู่ได้ หลังจากที่เราจัดโครงสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทำการอัพโหลด(Upload) ไฟล์ต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ไปเก็บไว้ในเว็บเซริฟว์เวอร์เมื่อเราต้องการที่จะให้อื่นมาชมเว็บไซต์ของเรา
วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555
กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้ามาชมเว็บไซต์
หลังที่เรากำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเว็บไซต์แล้ว ต่อมาเราก็จำเป็นที่จะต้องกำหนด
กลุ่มของผู้ชมเว็บไซต์ด้วย เนื่องจากผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์นั้นสามารถมาได้จากทุกมุมของโลก ดัง
นั้นเว็บบราวเซอร์ที่ใช้เปิดเว็บไซต์ ความเร็วในการติดต่อมายังเว็บไซต์ อาจจะแตกต่างกันได้ซึ่งการที่เราจะสร้างเว็บไซต์ที่สามารถดูได้โดยผู้ชมทุกคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแตกต่างกันนั้นเป็นไปได้
ยาก นอกจากนี้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายก็จะช่วยให้การออกแบบเว็บไซต์ของเราทำได้อย่างถูก
ต้องและ สมบูรณ์
กลุ่มของผู้ชมเว็บไซต์ด้วย เนื่องจากผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์นั้นสามารถมาได้จากทุกมุมของโลก ดัง
นั้นเว็บบราวเซอร์ที่ใช้เปิดเว็บไซต์ ความเร็วในการติดต่อมายังเว็บไซต์ อาจจะแตกต่างกันได้ซึ่งการที่เราจะสร้างเว็บไซต์ที่สามารถดูได้โดยผู้ชมทุกคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแตกต่างกันนั้นเป็นไปได้
ยาก นอกจากนี้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายก็จะช่วยให้การออกแบบเว็บไซต์ของเราทำได้อย่างถูก
ต้องและ สมบูรณ์
วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555
กำหนดเป้าหมายของเว็บไซต์ที่เราจะสร้าง
การกำหนดเป้าหมายก่อนที่เราจะสร้างเว็บไซต์ ก็เพื่อที่จะช่วยให้เราทราบถึงเนื้อหาต่างๆ
ที่จะต้องใช้ รูปร่างหน้าของเว็บไซต์ ความซับซ้อนของเว็บไซต์ และ เครื่องมือต่างๆ ที่จะใช้การ
พัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเว็บไซต์ของเราทำได้อย่างรวดเร็วและ ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
ที่จะต้องใช้ รูปร่างหน้าของเว็บไซต์ ความซับซ้อนของเว็บไซต์ และ เครื่องมือต่างๆ ที่จะใช้การ
พัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเว็บไซต์ของเราทำได้อย่างรวดเร็วและ ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
เว็บไซต์คือ กลุ่มของเว็บเพจที่มีคุณลักษณะคล้ายกันทั้งในด้านการออกแบบ เนื้อหา ที่ถูก
นำมารวมและ เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
ด้วยโปรแกรม Dreamweaver MX เราสามารถที่จะทำการสร้างและ จัดเว็บเพจที่มีอยู่ใน
เว็บไซต์ของเราได้อย่างง่ายและ มีประสิทธิภาพโดยผ่านเครื่องมือที่โปรแกรมมีให้ ดังนั้นเพื่อที่จะ
ให้เว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้นสมบูรณ์และ ตรงตามที่ต้องการแล้ว การวางแผน ออกแบบเว็บไซต์ก่อนที่
สร้างเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
ซึ่งการวางแผนและ ออกแบบเว็บไซต์มีขึ้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้
นำมารวมและ เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
ด้วยโปรแกรม Dreamweaver MX เราสามารถที่จะทำการสร้างและ จัดเว็บเพจที่มีอยู่ใน
เว็บไซต์ของเราได้อย่างง่ายและ มีประสิทธิภาพโดยผ่านเครื่องมือที่โปรแกรมมีให้ ดังนั้นเพื่อที่จะ
ให้เว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้นสมบูรณ์และ ตรงตามที่ต้องการแล้ว การวางแผน ออกแบบเว็บไซต์ก่อนที่
สร้างเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
ซึ่งการวางแผนและ ออกแบบเว็บไซต์มีขึ้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้
วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555
มุมมองโค้ด (Code view)
ในมุมมองนี้ Document Window จะแสดงเว็บเพจในรูปของโค้ดภาษา HTML ที่ถูกสร้าง
ขึ้นโดยโปรแกรม Dreamweaver หรือ เราเขียนขึ้นเองโดยโค้ดภาษา HTML ที่แสดงเราสามารถที่
จะเพิ่มหรือ แก้ไขได้
ขึ้นโดยโปรแกรม Dreamweaver หรือ เราเขียนขึ้นเองโดยโค้ดภาษา HTML ที่แสดงเราสามารถที่
จะเพิ่มหรือ แก้ไขได้
วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555
มุมมองออกแบบ (Design view)
ในมุมมองนี้ Document Window จะแสดงให้เห็นถึงหน้าตาของเว็บเพจเหมือนกับที่เรา
เห็นในเว็บบราวเซอร์ โดยที่เราสามารถแก้ไขเนื้อหาต่างๆ บนเอกสารได้ด้วย
เห็นในเว็บบราวเซอร์ โดยที่เราสามารถแก้ไขเนื้อหาต่างๆ บนเอกสารได้ด้วย
วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ช่องปรับขนาดวินโดว์
เป็นส่วนที่ใช้ปรับขนาดของDocument Window ตามที่เราต้องการโดยส่วนนี้จะสามารถ
ใช้งานได้ในมุมมองออกแบบของ Document Window เท่านั้น
ใช้งานได้ในมุมมองออกแบบของ Document Window เท่านั้น
วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555
Context Menu
ใช้เรียกคำสั่งที่เราต้องการทำงานโดยขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่เราเลือกในเว็บเพจที่เราทำงานอยู่ ซึ่งการเรียก Context Menu ทำได้โดยคลิกเมาส์ปุ่มขวาบนพื้นที่ที่เราต้องการทำงานด้วย ดังรูปที่
Document Toolbar
ประกอบไปด้วยปุ่มและ ป๊อปอัพเมนูที่ใช้กำหนดรูปแบบมุมมองของ Document Window ที่เรากำลังทำงานอยู่และ คำสั่งต่างๆที่ใช้ทำงานกับ Document Window อย่างเช่น การแสดงเว็บเพจที่สร้างขึ้นในเว็บบราวเซอร์หรือ การกำหนดออปชั่นของ Document Window เป็นต้น
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
ซึ่งการทำงานขององค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ใน Document Toolbar มีดังนี้
1. เป็นปุ่มที่ใช้สลับมุมมองของ Document Window จากมุมมองอื่นๆ มาเป็นมุม มองโค้ด
2. เป็นปุ่มที่ใช้สลับมุมมองของ Document Window จากมุมมองอื่นๆ มาเป็นมุม มองโค้ดและ มุมมองออกแบบ
3. เป็นปุ่มที่ใช้สลับมุมมองของ Document Window จากมุมมองอื่นๆ มาเป็นมุม มองออกแบบ
4. เป็นปุ่มที่ใช้ทดสอบการทำงานของเซิร์ฟเวอร์สคริปต์ที่อยู่ในเว็บเพจบนเว็บ เซิร์ฟเวอร์
5. เป็นปุ่มที่ใช้แสดงเนื้อหาในเว็บเพจที่ถูกดึงขึ้นมาจากฐานข้อมูลด้วยเซิร์ฟเวอร์ สคริปต์
6. เป็นฟิลด์ที่ให้กรอกชื่อของเว็บเพจ ซึ่งจะถูกแสดงใน Title Bar ของเว็บบราวเซอร์
7. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดไดอะล็อก Design Note ที่ใช้เก็บข้อมูลของเว็บเพจที่เราสร้าง ขึ้น เช่น ชื่อไฟล์ ที่อยู่ของไฟล์ และ รุ่นของไฟล์ เป็นต้น
8. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดป๊อปอัพเมนูเพื่อเลือกเว็บบราวเซอร์ที่จะเปิดไฟล์ที่เราทำงานอยู่ มาแสดงผล
9. เป็นปุ่มที่ใช้ปรับการแสดงผลของเว็บเพจใหม่หลังจากที่เราแก้ไขโค้ด HTML ใน มุมมองโค้ดของ Document Window แล้ว
10. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Referance
11. เป็นปุ่มที่ใช้แสดงป๊อปอัพเมนูที่เก็บคำสั่งที่ใช้ทดสองการทำงานของจาวาสริปต์ ที่อยู่ในเว็บเพจ
12. เป็นปุ่มที่ใช้แสดงป๊อปอัพเมนูที่เก็บคำสั่งที่ใช้ปรับการแสดงผลของ Document Window
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
ซึ่งการทำงานขององค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ใน Document Toolbar มีดังนี้
1. เป็นปุ่มที่ใช้สลับมุมมองของ Document Window จากมุมมองอื่นๆ มาเป็นมุม มองโค้ด
2. เป็นปุ่มที่ใช้สลับมุมมองของ Document Window จากมุมมองอื่นๆ มาเป็นมุม มองโค้ดและ มุมมองออกแบบ
3. เป็นปุ่มที่ใช้สลับมุมมองของ Document Window จากมุมมองอื่นๆ มาเป็นมุม มองออกแบบ
4. เป็นปุ่มที่ใช้ทดสอบการทำงานของเซิร์ฟเวอร์สคริปต์ที่อยู่ในเว็บเพจบนเว็บ เซิร์ฟเวอร์
5. เป็นปุ่มที่ใช้แสดงเนื้อหาในเว็บเพจที่ถูกดึงขึ้นมาจากฐานข้อมูลด้วยเซิร์ฟเวอร์ สคริปต์
6. เป็นฟิลด์ที่ให้กรอกชื่อของเว็บเพจ ซึ่งจะถูกแสดงใน Title Bar ของเว็บบราวเซอร์
7. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดไดอะล็อก Design Note ที่ใช้เก็บข้อมูลของเว็บเพจที่เราสร้าง ขึ้น เช่น ชื่อไฟล์ ที่อยู่ของไฟล์ และ รุ่นของไฟล์ เป็นต้น
8. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดป๊อปอัพเมนูเพื่อเลือกเว็บบราวเซอร์ที่จะเปิดไฟล์ที่เราทำงานอยู่ มาแสดงผล
9. เป็นปุ่มที่ใช้ปรับการแสดงผลของเว็บเพจใหม่หลังจากที่เราแก้ไขโค้ด HTML ใน มุมมองโค้ดของ Document Window แล้ว
10. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Referance
11. เป็นปุ่มที่ใช้แสดงป๊อปอัพเมนูที่เก็บคำสั่งที่ใช้ทดสองการทำงานของจาวาสริปต์ ที่อยู่ในเว็บเพจ
12. เป็นปุ่มที่ใช้แสดงป๊อปอัพเมนูที่เก็บคำสั่งที่ใช้ปรับการแสดงผลของ Document Window
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555
Site Panel of Dreamwever
ใช้ในการจัดการไฟล์และ โฟลเดอร์ที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ดูไฟล์ ต่างๆ ในเครื่องได้อีกด้วย
วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555
Tag Selector of Dreamwever
อยู่ใน Status Bar ที่อยู่ทางด้านล่างของ Document Window เมื่อเราคลิกวัตถุในเอกสาร จะปรากฎ Tag Selector ใน Status Bar ขึ้นมา เมี่อเราคลิกเลือก Tag Selector แล้วแท๊กต่างๆ ที่ ถูกล้อมด้วยแท๊กที่เราเลือกจะถูกเลือกด้วย
วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555
Property Inspector
ใช้แสดงคุณสมบัติของวัตถุหรือ ข้อความที่เราเลือกในว็บเพจ โดยเราสามารถที่จะเปลี่ยน
แปลงแก้ไขคุณสมบัติต่างๆ ของวัตถุที่เราเลือกผ่านทาง Property Inspector ได้
รูปที่ 2-5 Property Inspector
แปลงแก้ไขคุณสมบัติต่างๆ ของวัตถุที่เราเลือกผ่านทาง Property Inspector ได้
รูปที่ 2-5 Property Inspector
วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555
Insert Bar
ประกอบไปด้วยปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ (Object) ชนิดต่างๆ เช่น รูปภาพ ตาราง และ เล
เยอร์ เป็นต้น ลงในเว็บเพจที่เรากำลังทำงานอยู่ในขณะนั้น
รูปที่ 2-4 Insert Bar
Insert Bar จะประกอบไปด้วยแท๊ป (Tab) ที่ใช้แยกกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ลงใน
เว็บเพจ ดังนี้
1. Common เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้งานบ่อยในการสร้างเว็บเพจ เช่น
ตาราง (Table) รูปภาพ (Image) หรือ ลิงค์ (Link) เป็นต้น
2. Layout เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้จัดการโครงสร้างรูปร่างหน้าตาของ
เว็บเพจ เช่น ตาราง เลเยอร์ (Layer) หรือ มุมมองเลย์เอาท์ (Layout View) เป็นต้น
3. Text เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้กำหนดรูปแบบของข้อความในเว็บเพจ
เช่น ตัวเอียง ตัวหน้า หรือ ขีดเส้นใต้ข้อความ เป็นต้น
4. Table เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้สร้างตารางในเว็บเพจ เช่น ตาราง
แถว (Row) หรือ คอลัมน์ (Column) เป็นต้น
5. Frame เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้สร้างเฟรม (Frame) ในเว็บเพจ
6. Forms เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้สร้างฟอร์ม (Form) ในเว็บเพจ
7. Templates เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้สร้าง เทมเพลต (Template) ใน
เว็บเพจ
8. Characters เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่เป็นอักขระพิเศษลงในเว็บเพจ ตัวขึ้นบรรทัดใหม่ (Line break) เป็นต้น
เยอร์ เป็นต้น ลงในเว็บเพจที่เรากำลังทำงานอยู่ในขณะนั้น
รูปที่ 2-4 Insert Bar
Insert Bar จะประกอบไปด้วยแท๊ป (Tab) ที่ใช้แยกกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ลงใน
เว็บเพจ ดังนี้
1. Common เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้งานบ่อยในการสร้างเว็บเพจ เช่น
ตาราง (Table) รูปภาพ (Image) หรือ ลิงค์ (Link) เป็นต้น
2. Layout เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้จัดการโครงสร้างรูปร่างหน้าตาของ
เว็บเพจ เช่น ตาราง เลเยอร์ (Layer) หรือ มุมมองเลย์เอาท์ (Layout View) เป็นต้น
3. Text เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้กำหนดรูปแบบของข้อความในเว็บเพจ
เช่น ตัวเอียง ตัวหน้า หรือ ขีดเส้นใต้ข้อความ เป็นต้น
4. Table เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้สร้างตารางในเว็บเพจ เช่น ตาราง
แถว (Row) หรือ คอลัมน์ (Column) เป็นต้น
5. Frame เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้สร้างเฟรม (Frame) ในเว็บเพจ
6. Forms เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้สร้างฟอร์ม (Form) ในเว็บเพจ
7. Templates เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่ใช้สร้าง เทมเพลต (Template) ใน
เว็บเพจ
8. Characters เป็นกลุ่มของปุ่มที่ใช้แทรกอ็อบเจ็กต์ที่เป็นอักขระพิเศษลงในเว็บเพจ ตัวขึ้นบรรทัดใหม่ (Line break) เป็นต้น
วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555
Launcher Bar
เป็นแถบสีเทาที่ประกอบไปด้วยปุ่มต่างๆ อยู่ด้านล่างทางขวาของ Document Window
ดังรูปที่ 2-3 โดยแต่ละปุ่มจะใช้เปิดและ ปิด Property Inspector และ พาเนล (Panel) ที่ใช้บ่อยๆ
ในโปรแกรม
การทำงานของปุ่มต่างๆ มีดังนี้ เรียงตามลำดับ
1. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Site
2. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Assets
3. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล CSS Style
4. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Behavior
5. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล History
6. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Blindings
7. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Server Behavior
8. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Components
9. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Databases
ดังรูปที่ 2-3 โดยแต่ละปุ่มจะใช้เปิดและ ปิด Property Inspector และ พาเนล (Panel) ที่ใช้บ่อยๆ
ในโปรแกรม
การทำงานของปุ่มต่างๆ มีดังนี้ เรียงตามลำดับ
1. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Site
2. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Assets
3. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล CSS Style
4. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Behavior
5. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล History
6. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Blindings
7. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Server Behavior
8. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Components
9. เป็นปุ่มที่ใช้เปิดพาเนล Databases
วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555
Document Window
อยู่ด้านล่างของ Document Toolbar ดังรูปที่ 2-2 เป็นส่วนที่ใช้แสดงเนื้อหาของเว็บเพจที่
เราสร้างขึ้นและ กำลังทำงานอยู่ในขณะนั้น
รูปที่ 2-2 Document Window
เราสร้างขึ้นและ กำลังทำงานอยู่ในขณะนั้น
รูปที่ 2-2 Document Window
วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
การติดตั้งระบบภาษาไทย ใน Dreamweaver MX
Dreamweaver MX เป็นโปรแกรมที่ไม่ได้ Support ภาษาไทยโดยตรง เพราะฉะนั้นหากจำต้องใช้
Font ที่เป็นภาษาไทย จึงต้องใช้โปรแกรมช่วยเหลือการใช้ภาษาไทย Dreamweaver MX Thai
Addon ซึ่งจะสามารถไป Download ได้ที่เว็บไซท์ Thaiware.com หรือที่เว็บไซท์ ของบริษัท ที่
marianasgraphix.com โดยต้องติดตั้งโปแกรมนี้ก่อนที่เปิด Dreamweaver MX ขึ้นมาใช้งาน โดย
จะมีคุณสมบัติดังนี้
- เพิ่ม encoding windows-874 ทำให้ support ภาษาไทย
- เพิ่ม encoding tis-620 ทำให้ support ภาษาไทย
- แก้ไข Inspectors ให้ support ภาษาไทย
- แก้ไข Objects ให้ support ภาษาไทย
- แก้ไข การแสดงผลภาษาไทยตาม menu ให้ใหญ่ขึ้น
Font ที่เป็นภาษาไทย จึงต้องใช้โปรแกรมช่วยเหลือการใช้ภาษาไทย Dreamweaver MX Thai
Addon ซึ่งจะสามารถไป Download ได้ที่เว็บไซท์ Thaiware.com หรือที่เว็บไซท์ ของบริษัท ที่
marianasgraphix.com โดยต้องติดตั้งโปแกรมนี้ก่อนที่เปิด Dreamweaver MX ขึ้นมาใช้งาน โดย
จะมีคุณสมบัติดังนี้
- เพิ่ม encoding windows-874 ทำให้ support ภาษาไทย
- เพิ่ม encoding tis-620 ทำให้ support ภาษาไทย
- แก้ไข Inspectors ให้ support ภาษาไทย
- แก้ไข Objects ให้ support ภาษาไทย
- แก้ไข การแสดงผลภาษาไทยตาม menu ให้ใหญ่ขึ้น
รู้จักกับโปรแกรม Dreamweaver MX
Dreamweaver MX (ซึ่งต่อไปเราเรียกสั้นๆ ว่า Dreamweaver) เป็นโปรแกรมของบริษัท Macromedia Inc. ที่ใช้สำหรับออกแบบและ พัฒนาเว็บไซต์ เว็บเพจและ เว็บแอปพลิเคชั่น ด้วยโปรแกรม Dreamweaver เราสามารถที่จะออกแบบและ พัฒนาเว็บไซต์โดยการเขียนโค้ดภาษา HTML หรือ ใช้
เครื่องมือที่โปรแกรม Dreamweaver มีให้ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะสร้างโค้ดภาษา HTML ให้เราโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดภาษา HTML เอง
เครื่องมือที่โปรแกรม Dreamweaver มีให้ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะสร้างโค้ดภาษา HTML ให้เราโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดภาษา HTML เอง
วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
เว็บเพจ (Web Page) และ เว็บไซต์ (Web Site)
ใน WWW ข้อมูลต่างๆ ที่เราต้องการเข้าถึงส่วนใหญ่จะถูกแสดงอยู่ในรูปของ เว็บเพจ (Web
Page) ซึ่งเว็บเพจ จะเกิดจากการประมวลผลเอกสาร HTML แล้วแสดงผลเอกสาร HTML ดังกล่าว
ในเว็บบราวเซอร์
Page) ซึ่งเว็บเพจ จะเกิดจากการประมวลผลเอกสาร HTML แล้วแสดงผลเอกสาร HTML ดังกล่าว
ในเว็บบราวเซอร์
เอกสาร HTML (Hypertext Markup Language)
เอกสาร HTML เป็นเอกสารที่ประกอบไปด้วยข้อมูลที่เราต้องการเผยแพร่ผ่าน WWW และ
ภาษา HTML ที่ใช้การกำหนดการแสดงผลของข้อมูลดังกล่าว
ภาษา HTML เป็นภาษาที่อยู่ในรูปของ แท๊ก (Tag) ที่ใช้หุ้มข้อมูลที่เราต้องการเผยแพร่ผ่าน
WWW ซึ่งการแสดงผลของเอกสาร HTML เราสามารถที่จะดูได้โดยใช้โปรแกรมที่เรียกว่า เว็บ
บราวเซอร์ (Web Browser)
ภาษา HTML ที่ใช้การกำหนดการแสดงผลของข้อมูลดังกล่าว
ภาษา HTML เป็นภาษาที่อยู่ในรูปของ แท๊ก (Tag) ที่ใช้หุ้มข้อมูลที่เราต้องการเผยแพร่ผ่าน
WWW ซึ่งการแสดงผลของเอกสาร HTML เราสามารถที่จะดูได้โดยใช้โปรแกรมที่เรียกว่า เว็บ
บราวเซอร์ (Web Browser)
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
โปรโตคอล HTTP (Hypertext Transfer Protocol)
เป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการกระจายและ ทำงานร่วมกันของข้อมูลที่อยู่ในรูปของสื่อที่สามารถ
เชื่อมโยงถึงกันได้ เนื่องจากโปรโตคอล HTTP สามารถที่จะใช้ในการรับส่งข้อมูลที่เป็นข้อความ รูป
ภาพ หรือ แม้แต่ภาพเคลื่อนไหว ได้ จึงทำให้แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ใน WWW อนุญาตให้เข้าถึงได้โดย
ผ่านโปรโตคอล HTTP
เชื่อมโยงถึงกันได้ เนื่องจากโปรโตคอล HTTP สามารถที่จะใช้ในการรับส่งข้อมูลที่เป็นข้อความ รูป
ภาพ หรือ แม้แต่ภาพเคลื่อนไหว ได้ จึงทำให้แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ใน WWW อนุญาตให้เข้าถึงได้โดย
ผ่านโปรโตคอล HTTP
รูปแบบของชื่อที่อยู่ของแหล่งข้อมูล
เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการจะเข้าถึงแหล่งข้อมูลใน WWW เราจะต้องให้ชื่อที่อยู่ของแหล่งข้อ
มูล ซึ่งรูปแบบของชื่อที่อยู่ของแหล่งข้อมูลที่ใช้ใน WWW คือ URL(Uniform Resource Locator) ซึ่ง
โครงสร้างของมันประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกันคือ
1. โปรโตคอลที่ใช้เข้าถึงแหล่งข้อมูล
2. ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เราต้องการเข้าถึง
3. path ของข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแหล่งข้อมูล
จากตัวอย่างต่อไปนี้เป็น URL ที่ใช้เข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ
www.marianasgraphix.com โดยผ่านโปรโตคอล HTTP และ มี path ของข้อมูลเป็น /aboutus
http://www.mariansgraphix.com/aboutus
มูล ซึ่งรูปแบบของชื่อที่อยู่ของแหล่งข้อมูลที่ใช้ใน WWW คือ URL(Uniform Resource Locator) ซึ่ง
โครงสร้างของมันประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกันคือ
1. โปรโตคอลที่ใช้เข้าถึงแหล่งข้อมูล
2. ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เราต้องการเข้าถึง
3. path ของข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแหล่งข้อมูล
จากตัวอย่างต่อไปนี้เป็น URL ที่ใช้เข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ
www.marianasgraphix.com โดยผ่านโปรโตคอล HTTP และ มี path ของข้อมูลเป็น /aboutus
http://www.mariansgraphix.com/aboutus
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
World Wide Web (WWW) คืออะไร
WWW หรือในบ้างครั้งก็เรียกสั้นๆ ว่า เว็บ (Web) เป็นเครือข่ายของแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่
บนอินเตอร์เน็ตที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลในแหล่งข้อมูลดังกล่าว สามารถทำได้
โดยการให้ชื่อที่อยู่ของแหล่งข้อมูลที่เราต้องการเข้าถึงผ่านโปรโตคอลที่กำหนดและ ใช้โปรแกรมที่
สามารถแสดงผลเอกสาร HTML (Hypertext Markup Language) ได้
บนอินเตอร์เน็ตที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลในแหล่งข้อมูลดังกล่าว สามารถทำได้
โดยการให้ชื่อที่อยู่ของแหล่งข้อมูลที่เราต้องการเข้าถึงผ่านโปรโตคอลที่กำหนดและ ใช้โปรแกรมที่
สามารถแสดงผลเอกสาร HTML (Hypertext Markup Language) ได้
แนะนำอินเตอร์เน็ต
อินเตอร์เน็ต เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเครือข่าย
คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กทั่วโลกเข้าไว้ด้วย โดยคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันนั้นอาจ
จะใช้อุปกรณ์หรือ ระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันก็ได้ การที่เครื่องที่มีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน
สามารถเชื่อมต่อกันได้ก็เพราะ มีการกำหนดมาตรฐานในการเชื่อมต่อเข้าหากัน ซึ่งมาตรฐานที่ใช้ก็
คือ TCP / IP (Transmission Control Protocol and Internet Protocol)
อินเตอร์เน็ตทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ทั่ว
โลก ด้วยข้อดีดังกล่าวนี้จะทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารหรือ ความรู้ทำได้อย่างกว้างขวาง
และ รวดเร็วมากขึ้น
คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กทั่วโลกเข้าไว้ด้วย โดยคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันนั้นอาจ
จะใช้อุปกรณ์หรือ ระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันก็ได้ การที่เครื่องที่มีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน
สามารถเชื่อมต่อกันได้ก็เพราะ มีการกำหนดมาตรฐานในการเชื่อมต่อเข้าหากัน ซึ่งมาตรฐานที่ใช้ก็
คือ TCP / IP (Transmission Control Protocol and Internet Protocol)
อินเตอร์เน็ตทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ทั่ว
โลก ด้วยข้อดีดังกล่าวนี้จะทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารหรือ ความรู้ทำได้อย่างกว้างขวาง
และ รวดเร็วมากขึ้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)














